AIS E-waste

Amount of Collected E-Waste

0

Pieces

Amount of Collected E-Waste

0

Pieces

Amount of Collected E-Waste

0

Pieces

หนึ่งครอบครัว หลากอาชีพ หลาย E-Waste

ปี 2562 ประเทศไทยมีขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) ภายในประเทศถึง 421,335 ตัน แต่มาจากภาคอุตสาหกรรมเพียง 7,400 ตันเท่านั้น!*
แล้วที่เหลือมาจากไหน? ก็มาจาก “พวกเรา” หรือภาคครัวเรือนนั่นเอง

เพราะครอบครัวหนึ่งอาจประกอบด้วยสมาชิกหลายคน แต่ละคนก็ประกอบอาชีพแตกต่างกันไป เราเลยลองไปพูดคุยกับสองครอบครัว ถึงการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ผ่านอาชีพหรือหน้าที่การงานของพวกเขา
ว่าพวกเขาจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อะไรบ้าง มากน้อยแค่ไหน ทำไม ‘เรา’ ถึงสร้าง E-Waste ได้มากมายขนาดนี้

“นอกจากโทรศัพท์มือถือ หูฟัง และพาวเวอร์แบงก์ แล้ว ผมยังต้องพกแท็บเล็ตติดตัวตลอด เผื่อเวลาตรวจงานเร่งด่วน”

‘ต่อ’ โปรแกรมเมอร์ วัย 34 ปี เล่าให้เราฟังถึงความจำเป็นของอาชีพ ที่ทำให้เขาต้องใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ค่อนข้างเยอะ

ที่บ้านเขาต้องใช้จอคอมฯ ถึง 3 จอ ในการทำงาน จอที่หนึ่งสำหรับทำงาน จอที่สองสำหรับอ่านโค้ด และจอที่สามสำหรับติดต่อเรื่องทั่วไป นอกจากนี้ยังมีกล้องเว็บแคม และปลั๊กพ่วงสำหรับชาร์จอุปกรณ์เหล่านี้อีกด้วย

‘ตี้’ น้องสาวของเขาในวัย 29 ปี ที่ทำงานด้านกราฟิก ดีไซเนอร์ ก็ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จำนวนไม่น้อยไปกว่าพี่ชายเช่นกัน

“โทรศัพท์มือถือกับแท็บเล็ตเป็นอุปกรณ์ที่ต้องพกติดตัวตลอด ใช้ถ่ายรูปกับเขียนงานเก็บเป็นไอเดียค่ะ”
นอกจากนี้เธอยังมีคอมพิวเตอร์ตัวใหญ่อีก 1 ตัว สำหรับเอาไว้ทำงานกราฟฟิกโดยเฉพาะ มีโน้ตบุ๊คอีก 1 ตัว หูฟัง และยังมีกล้องอีกด้วย

ที่ผ่านมาพวกเขาเคยยกโทรศัพท์หรือแท็บเล็ตเก่าให้ญาติ ๆ ไปใช้บ้าง ส่วนที่พังหรือเสียแล้วก็เคยทิ้งไปกับขยะทั่วไปเหมือนกัน เพราะไม่รู้ว่าควรต้องแยกขยะเสียก่อน

ในขณะที่คุณพ่อคุณแม่แม้จะไม่ได้ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มากอย่างพวกเขา แต่ก็ชอบเก็บเครื่องใช้ไฟฟ้าเอาไว้ แม้จะใช้งานไม่ได้แล้วก็ตาม ทำให้ขยะเหล่านี้ยังอยู่เต็มบ้าน ซึ่งก็ไม่รู้ว่าต้องทิ้งที่ไหน อย่างไร

เมื่อเราลองไปสัมภาษณ์อีกครอบครัวหนึ่ง ‘พี่ภา’ แม่บ้านรับจ้าง วัย 48 ปี เล่าแกมบ่นให้ฟังว่า สามีของเธอนั้นทำงานโรงงาน มักจะชอบซื้อโทรศัพท์มือสองมาใช้ รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่า ๆ มาซ่อมใช้เอง
ใช้ได้ไม่นานก็พัง ทำให้ขยะกองอยู่เต็มบ้าน ดีบ้างไม่ดีบ้าง ก็ทำให้ต้องซื้อเปลี่ยนบ่อยอยู่เหมือนกัน

“แค่ใช้มือถือโทรเข้าโทรออก ไม่ต้องซื้อมือหนึ่งก็ได้ พังเมื่อไหร่ก็เปลี่ยน” ‘พี่คำ’ สามีของพี่ภา วัย 54 ปี กล่าวเสริม

ในขณะที่พี่ภาพูดถึงในส่วนของเธอว่า “พี่ต้องพกโทรศัพท์มือถือและใส่หูฟังเอาไว้ตลอด นอกจากเพื่อฟังเพลง ก็เพื่อรับโทรศัพท์เจ้านายในระหว่างวัน”

ทั้งนี้ทั้งสองยอมรับว่าพวกเขามักขายหรือยกขยะเหล่านี้ให้กับซาเล้ง ไม่ก็กองไว้อยู่ที่บ้านมากกว่า โดยที่ไม่รู้ว่าขยะเหล่านี้สามารถส่งผลเสียต่อสุขภาพได้

เห็นได้ว่าในหนึ่งครอบครัวก็มีหลากอาชีพ แต่ละคนก็มีความจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่แตกต่างกันไป ดังนั้นเราจึงควรบริโภคแต่พอดี และรู้วิธีการจัดการอย่างถูกต้อง เพื่อไม่ให้ของเหล่านี้ต้องพอกพูนกลายมาเป็น E-Waste ในภายหลัง

หากคุณมี E-Waste 5 ประเภทเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็น โทรศัพท์มือถือ/แท็บเล็ต แบตเตอรี่มือถือ พาวเวอร์แบงก์ สายชาร์จ และ หูฟัง สามารถนำมาทิ้ง ณ จุดทิ้ง E-Waste ของ AIS ได้ กว่า 1,800 จุดทั่วประเทศ เพื่อนำไปกำจัดอย่างถูกวิธีต่อไป

สามารถเช็คจุดทิ้ง E-Waste กับ AIS ได้ที่ https://ewastethailand.com

#คนไทยไร้EWaste #ThaissaynotoEWaste

*อ้างอิงจาก กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Recent Post

Close Menu