AIS E-waste

History of E-Waste ภูเขานี้มีที่มา

ภูเขามหึมาลูกใหญ่ที่ทุกคนเห็นอยู่นี้ ไม่ได้มีเพียงลูกเดียว แต่ยังมีอีกหลายลูกที่ทยอยเกิดขึ้นทั่วโลก แน่นอนว่าคงไม่ใช่ภาพที่ทุกคนอยากเห็น เพราะสิ่งที่เป็นคือภูเขาขยะอิเล็กทรอนิกส์ ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมหาศาล ทว่าตลกร้ายก็คือ ‘เรา’ ทุกคนสร้างภูเขานี้ขึ้นมาเองกับมือนี่สิ ใช่… คุณฟังไม่ผิด!

เมื่อเราไม่อาจปฏิเสธเทคโนโลยีที่เดินหน้าไปอย่างรวดเร็วได้ ‘ของเคยใหม่’ จึงกลายเป็น ‘ของเก่า’ แทบทุกวินาที และของเก่าที่ว่านี้ก็คือขยะอิเล็กทรอนิกส์ ที่มีชื่อเรียกสั้น ๆ ในภาษาอังกฤษว่า ‘E-Waste’ (Electronic Waste)

เช่น โทรศัพท์มือถือ/แท็บเล็ต แบตเตอรี่มือถือ พาวเวอร์แบงก์ สายชาร์จ และหูฟัง ที่ AIS อาสารับเป็นจุดทิ้ง E-Waste เหล่านี้ กว่า 1,800 จุด ทั่วไทย เพื่อรวบรวมเข้าสู่การกำจัดอย่างถูกวิธีและยั่งยืน โดยเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่อย่างโทรทัศน์ ตู้เย็น หรือเครื่องซักผ้า ก็นับว่าเป็น E-Waste ด้วยเช่นกัน

เมื่อต้นตอหลักคือ ‘เรา’ ในฐานะของผู้บริโภคที่ต้องการความสะดวกสบายจากเทคโนโลยีที่มีการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง ประกอบกับพฤติกรรมการบริโภคที่เกินตัว จึงนำไปสู่ค่านิยมในการถอยของใหม่ออกมาเร็วขึ้น แค่มือถือเครื่องหนึ่งคนส่วนใหญ่ยังใช้งานกันแค่เพียง 3 – 5 ปี* จึงไม่แปลกที่ขยะอิเล็กทรอนิกส์จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นกองภูเขา E-Waste เกิดขึ้นมากมาย

มีการคาดการณ์ว่าขยะอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลกนั้น มีปริมาณสูงถึงกว่า 40 ล้านตันต่อปี** แค่เฉพาะในประเทศไทย เมื่อปี 2562 ที่ผ่านมา ก็พบปริมาณซากขยะอิเล็กทรอนิกส์สูงถึง 421,335 ตันแล้ว*** อีกทั้งกรมควบคุมมลพิษยังพบข้อมูลที่น่าสนใจอีกว่า ที่มาของขยะอิเล็กทรอนิกส์ส่วนใหญ่นั้นมาจากบ้านเรือนทั่วไปถึง 82% **** ซึ่งก็มาจากการบริโภคของเราเองทั้งสิ้น ลองคิดดูว่าบางคนยังมีโทรศัพท์มากกว่าหนึ่งเครื่องเสียด้วยซ้ำไป

นอกจากนี้ขยะอิเล็กทรอนิกส์ยังมีที่มาจากอุตสาหกรรมภายในประเทศอีกด้วย คิดเป็นประมาณ 7,400 ตันต่อปี*****
ไม่ว่าจะเป็นซากเครื่องมือเครื่องใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม หรือซากที่เหลือทิ้งจากกระบวนการผลิตก็ตาม

รวมถึงการทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ถูกวิธี ก็นำไปสู่การเกิดภูเขา E-Waste ได้ด้วยเช่นกัน เนื่องจากหลายคนไม่ทำการคัดแยกขยะ แต่กลับเลือกที่จะทิ้งปะปนไปกับขยะมูลฝอย ซึ่งอาจทำให้สารอันตรายจากขยะอิเล็กทรอนิกส์ เช่น ตะกั่ว ปรอท และ แคดเมียม ปนเปื้อนไปในอากาศ ดิน และน้ำ จนเป็นอันตรายทั้งต่อสิ่งแวดล้อมและร่างกายมนุษย์ได้ สุดท้ายซากเหล่านี้ก็ไหลรวมไปทำให้ภูเขา E-Waste ลูกใหญ่มากขึ้น กลายเป็นซากตกค้างที่ต้องรอคอยการจัดการอยู่เรื่อยไป

ดังนั้นเมื่อเราทำให้ภูเขาลูกนี้เกิดขึ้นมาได้ เราก็ทำให้ภูเขาลูกนี้หายไปได้เช่นกัน เราจึงอยากชวนคุณรักษ์สิ่งแวดล้อมง่าย ๆ เพียงนำ E-Waste 5 ประเภทเหล่านี้ ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ/แท็บเล็ต แบตเตอรี่มือถือ พาวเวอร์แบงก์ สายชาร์จ หรือหูฟัง มาทิ้งกับ AIS ณ จุดรับทิ้งกว่า 1,800 จุดทั่วประเทศ เพื่อนำขยะอิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้ไปกำจัดอย่างถูกวิธีเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนต่อไป

สามารถเช็คจุดทิ้ง E-Waste กับ AIS ได้ที่ https://ewastethailand.com/drop-point/

จากประกาศล่าสุดของทางสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร ทุกคนสามารถติดต่อสำนักงานเขตใกล้บ้านเพื่อทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ชิ้นใหญ่ได้ หรือติดต่อองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในจังหวัดอื่น ๆ******
*อ้างอิงจาก ting.com
**อ้างอิงจาก themomentum.co
***อ้างอิงจาก กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
****อ้างอิงจาก รายงานทีดีอาร์ไอ ฉบับที่ 133 ตุลาคม 2560
*****อ้างอิงจาก thansettakij.com
******อ้างอิงจาก ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการสารเเละของเสียอันตราย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

#คนไทยไร้EWaste #ThaissaynotoEwaste

Recent Post

Close Menu