AIS E-waste

จำนวนขยะที่เก็บได้

0

ชิ้น

ค่า CO² ลดลง

0

กิโลกรัมคาร์บอนสมมูลย์

จำนวนขยะที่เก็บได้

0

ชิ้น

ค่า CO² ลดลง

0

กิโลกรัมคาร์บอนสมมูลย์

แหล่งที่มาของการคำนวนค่า CO² : โครงการจุฬาฯ รักษ์โลก

“ทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ไหนดี” ดูแลโลกนี้ไปกับ
โหน่ง-วงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์

“ล่าสุดคนทั่วโลกทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ปีละ 44.7 ล้านตัน เยอะขนาดไหนให้ลองนึกถึงหอไอเฟล 4,500 หอ นี่แค่ปีเดียวนะ เพราะฉะนั้นนี่เป็นเรื่องที่เรียกได้ว่าเป็นวิกฤตใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ก็ได้”

โหน่ง-วงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์ เริ่มต้นเล่าถึงสถิติที่น่าตกใจจาก Global E-waste Monitor พร้อมเสริมถึงข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษว่า คนไทยทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ปีละเกือบ 4 แสนตัน หรือคิดเป็น 6.1 กิโลกรัมต่อคน ซึ่งปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้ในปัจจุบันมีแต่จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นเท่าทวีคูณ และจำนวนดังกล่าวมากเกินกว่าที่เราจะเพิกเฉยได้ 

“ถึงผมจะไม่ได้เปลี่ยนบ่อย แต่ผมเชื่อว่าพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่จะเปลี่ยนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บ่อยมากขึ้น เพราะว่าผู้ผลิตจะเปลี่ยนรุ่นถี่มากขึ้น กำลังซื้อก็มากขึ้น การซื้อใหม่แล้วทิ้งของเก่ามันก็เลยเพิ่มมากขึ้นทุกขณะ”

อย่างไรก็ตาม จำนวนของขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่พุ่งสูงขึ้นยังไม่ใช่ข่าวร้ายที่สุดของวัน เพราะความจริงที่น่ากลัวกว่านั้นคือขยะประเภทนี้ย่อยสลายได้ยากมาก รวมถึงมีส่วนประกอบของสารที่เป็นพิษต่อธรรมชาติและร่างกายมนุษย์ หากไม่ผ่านกระบวนการจัดการที่ถูกต้อง สารพิษเหล่านี้จะรั่วไหลออกไปสู่สิ่งแวดล้อม และย้อนกลับมาทำลายสุขภาพของเราได้ในที่สุด 

 

“ไม่ใช่ไม่เข้าใจ แต่ไม่รู้จะเอาไปทิ้งที่ไหนดี”

เมื่อได้ลองพูดถึงการใช้งานและการทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ โหน่งเป็นคนหนึ่งที่ใช้งาน และชอบอุปกรณ์เหล่านี้อยู่แล้ว ตั้งแต่โทรศัพท์มือถือขนาดเล็กและใหญ่ ไปจนถึงลำโพงและเครื่องเล่นดีวีดี แต่ปัญหาที่พบอยู่เป็นประจำก็คือ เมื่อถึงเวลาต้องเปลี่ยนรุ่น ถึงรู้ว่าขยะเหล่านี้เป็นพิษ คนจำนวนมากก็ไม่รู้ว่าจะต้องนำเครื่องเก่าไปทิ้งที่ไหน อย่างไร เพราะไม่มีพื้นที่ที่เปิดรับขยะประเภทนี้อย่างจริงจัง และข่าวสารเกี่ยวกับพื้นที่รับทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ยังอยู่ในวงที่จำกัด 

โหน่งเล่าว่า ปัญหานี้เป็นปัญหาใหญ่ที่หลายประเทศโดยเฉพาะในทวีปยุโรปให้ความสำคัญมาก ในขณะที่หลายประเทศถึงกับออกกฎหมายเพื่อควบคุมการทิ้งหรือการกำจัดให้ถูกต้อง ประเทศไทยยังคงไม่มีมาตรการอะไรที่ชัดเจนในการรองรับขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ใช้แล้ว มากไปกว่านั้นคือประเทศแถบโลกที่สามมักจะเป็นที่รองรับขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกลักลอบนำเข้ามาทิ้งในปริมาณมหาศาล และประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในนั้น

“ผมคิดว่าประเทศเรายังตื่นตัวเรื่องนี้น้อย อาจเป็นเพราะว่าได้รับความรู้เกี่ยวกับมันน้อย ไม่เข้าใจมัน คนบางส่วนรู้ข้อมูลเกี่ยวกับความเป็นพิษของขยะอิเล็กทรอนิกส์ หรือว่าปริมาณที่มันมากขึ้น แต่เชื่อว่าคนจำนวนมากก็ยังไม่ได้ให้ความสำคัญกับมัน”

อีกหนึ่งปัญหาที่สังเกตได้คือ ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมบางประเด็นอาจเป็นเรื่องที่คนรู้สึกว่าเข้าใจยากและไกลตัว แม้แต่เรื่องที่รณรงค์กันจริงจังทั่วโลกอย่าง Global Warming หรือ Climate Change ก็ยังเป็นเรื่องที่หลายคนมองว่าอีกนานกว่าจะส่งผลกระทบต่อโลกอย่างเห็นได้ชัด

“ถ้าเรื่องสิ่งแวดล้อมมันยังไกลตัว ยังไม่รู้จะไปเริ่มต้นในส่วนนั้นอย่างไร ผมว่าเริ่มจากเรื่องที่มันใกล้ตัวอย่างเรื่องขยะอิเล็กทรอนิกส์ก่อนก็ได้ ทุกคนมีอุปกรณ์เหล่านี้อยู่ในมือคนละหลายๆ อันอยู่แล้ว ให้มันเป็นจุดเริ่มต้นของการคิดถึงสิ่งแวดล้อมด้วยการมาทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์กับ E-Waste ของ AIS”

 

ทิ้งให้ถูก ทิ้งให้ดี ‘ทิ้ง E-Waste กับ AIS’

จากปัญหาดังกล่าวที่เกิดขึ้น AIS จึงเปิดตัวโครงการ #ทิ้งEWasteกับAIS โครงการรับทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ ที่จะให้ทุกคนสามารถนำขยะอิเล็กทรอนิกส์ไปทิ้งได้ตามถังขยะที่วางไว้ใน AIS Shop ถึง 134 สาขาทั่วประเทศ ทั้งกรุงเทพฯ ปริมณฑล และหัวเมืองของหลายๆ จังหวัด รับทิ้งตั้งแต่โทรศัพท์มือถือ แบตเตอรี่มือถือ พาวเวอร์แบงก์ สายชาร์จ หรืออุปกรณ์เสริมอื่นๆ ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับโทรศัพท์ โดยทาง AIS จะนำไปกำจัดให้อย่างถูกวิธีและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

“อยากชวนทุกคนนะครับ เพราะนี่เป็นโครงการที่ยั่งยืนมาก แล้วก็อยากให้ถูกเผยแพร่ไปเยอะๆ เชื่อว่าเป็นสิ่งที่คนยุคนี้จำนวนมากรออยู่ ก็ขอบคุณ AIS ที่คิดโครงการนี้ขึ้นมา ผมว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก มีประโยชน์กับสังคมแล้วก็สิ่งแวดล้อมจริงๆ”

หากใครกำลังจะทิ้งโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่า หรือมีขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เก็บไว้และยังไม่ได้ทิ้ง สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมหรือตรวจสอบถังขยะ E-Waste ใกล้บ้านได้ที่ ewastethailand.com

 

Recent Post

Close Menu